ไตรมาส 4 ฝืดหวั่นตลาดอีเวนต์ทรงตัวซีเอ็มโอเบนหาพันธมิตรลงทุนCLMV (นสพ.ฐานเศรษฐกิจ)

ซีเอ็มโอ ชี้ตลาดอีเวนต์ทรงตัว เล็งหาพันธมิตรจูงมือลงทุนตลาด CLMV จับตาตลาดเมียนมา-ลาวเนื้อหอม ศักยภาพเพียบ ล่าสุดลงทุนปักหมุดโชว์แนวใหม่ “หิมพานต์ อวตาร” ในคอนเซ็ปต์สวนสนุกวัฒนธรรม (Cultural Walking Theme Park) แห่งแรกในไทยย่านพระราม 9 คาดสิ้นปีโกยรายได้ 1.2 พันล้านตามเป้า

นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ นายกสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน(อีเวนต์) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดอีเวนต์ปีนี้ยังทรงตัว จากเดิมที่คาดว่าจะคึกคักในปลายปีจากธุรกิจค้าปลีกที่ฟื้นตัว แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ ส่วนทิศทางตลาดปีหน้ายังมองไม่ชัดเจน แต่เชื่อว่าภาคเอกชนจะทำให้ธุรกิจอีเวนต์เติบโตได้ ซึ่งซีเอ็มโอปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้เป็นภาครัฐ 10% และเอกชน 90% ดังนั้นบริษัทจึงไม่ได้รับผลกระทบจากส่วนนี้มากนัก

ขณะที่ในปีหน้าบริษัทเตรียมขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งเบื้องต้นบริษัทจะเข้าไปขยายตลาดในประเทศเมียนมา และสปป.ลาว ก่อนเนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่และค่อนข้างให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมอีเวนต์โดยรูปแบบการเข้าไปดำเนินการจะเป็นการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในการทำการตลาดและโฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ CMO เพื่อดึงลูกค้าที่สนใจและต้องการจัดงานอีเวนต์หรือเช่าอุปกรณ์แสงสีเสียง

“บริษัทมองว่ากลุ่มบริษัทใหญ่ทั้งในและต่างประเทศที่มีความสนใจและมีแผนงานจะลงทุนในประเทศ CLMV โดยส่วนใหญ่จะตั้งบริษัทหรือมีสำนักงานใหญ่ (Head Office) อยู่ที่กรุงเทพฯ เป้าหมายของบริษัทจึงเป็นการจับมือร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทนั้นๆ และสร้างการสื่อสารการรับรู้ว่าซีเอ็มโอเป็นธุรกิจที่ให้บริการจัดงานอีเวนต์ และเช่า แสง สี เสียง ดังนั้นหากบริษัทต้องการขยายหรือรุกเข้าไปทำธุรกิจใน CLMV ก็ติดต่อหรือเลือกใช้บริการของบริษัทได้ทันที ขณะเดียวกันบริษัทมองว่าการใช้กรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางหรือฮับเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากมีความได้เปรียบเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้านต่างๆในบริเวณโดยรอบ”

ด้านแผนการดำเนินการในระยะสั้นบริษัทได้ลงทุนในกิจการ ซีเอ็มโอ โชว์ คอร์ปเพื่อนำเสนอการแสดงในรูปแบบโชว์วัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ผสมผสานเทคนิคแสง สี เสียง ภายใต้ชื่อ “หิมพานต์ อวตาร” ด้วยคอนเซ็ปต์สวนสนุกวัฒนธรรม (Cultural Walking Theme Park) แห่งแรกในประเทศไทย โดยจะตั้งอยู่ที่ Show DC เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แห่งใหม่ ย่านพระราม 9 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ของปีหน้า

“ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 1.2 พันล้านบาท หลังจากที่ผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 213.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.82 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 175.31 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้ ถือเป็นอัตราการเติบโตที่เป็นไปตามสภาพตลาดของธุรกิจอีเวนต์รวมถึงเป็นช่วงที่มีการลงทุนในการเปิดสวนสนุกซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของบริษัทด้วย”

สำหรับแนวโน้มธุรกิจอีเวนต์ในปีหน้า การจัดงานเอนเตอร์เทนเมนต์ อีเวนต์ยังคงมาแรงและจะแข่งขันกันอย่างรุนแรงเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีผู้เล่นทั้งรายใหม่และรายเก่าให้ความสนใจและจัดงานรูปแบบนี้มากขึ้น โดยเฉพาะแนว Electronic Dance Music (EDM) ซึ่งหากนับในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียวงานอีเวนต์รูปแบบ EDM มีจำนวนกว่า 10 งาน ทั้งนี้ในปีหน้าก็จะยังคงได้รับความนิยมอยู่เนื่องจากงานรูปแบบนี้เป็นเทรนด์ของตลาดโลกที่มีคนจำนวนมากให้ความสนใจ แต่ยังมีความน่ากังวลอยู่บ้างสำหรับการจัดงานประเภทนี้ที่อาจจะไปกินตลาดทางอ้อมเทศกาลดนตรี ประเภทเฟสติวัล มิวสิกต่างๆ


admin