‘CMO’กวาดรายได้1,200ล้านบ.เร่งเครื่องบุกตลาดCLMVเต็มสูบ (นสพ.ทันหุ้น)

“ซีเอ็มโอ” เปิดผลงานปี 59 ทำ’รายได้ 1,200 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลอีก 0.055 บาทต่อหุ้น แย้มแผนปี 60 เดินหน้าหาพาร์ตเนอร์ บุกตลาด CLMV เต็มสูบ ตั้งเป้าปี 60 โกยรายได้ 1,300 ล้านบาท
นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO ผู้นำธุรกิจสื่อสารการตลาดแบบครบวงจรแห่งอาเซียน ครอบคลุมธุรกิจด้านอีเวนต์ ด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2559 (ม.ค.-ธ.ค. 59) ว่าบริษัท มีรายได้รวม 1,200 ล้านบาท ลดลง 158 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.64% และมีผลขาดทุนสุทธิ 29.95 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้ที่ลดลงเนื่องมาจากผลกระทบจากการยกเลิก และเลื่อนการจัดกิจกรรม ด้านบันเทิงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งส่งผลต่อบริษัท พีเอ็ม เซ็นเตอร์ ที่ทำธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์ระบบภาพ แสง และเสียง ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของ ซีเอ็มโอ แต่จะเห็นว่าในส่วนรายได้เฉพาะกิจการ CMO นั้น สามารถทำรายได้ 638 ล้านบาท ซึ่งถึงแม้จะมีรายได้ลดลงจากปีก่อน แต่ด้วยการปรับกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนในทุกๆ ด้าน ทำให้บริษัท พลิกกลับมามีกำไรอยู่ที่ 42.43 ล้านบาท
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ยังมีมติให้เสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาจ่ายเงินปันผลสำหรับการดำเนินงานประจำปี 2559 ในอัตราหุ้นละ 0.055 บาท โดยจะนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป
“บริษัทต้องการให้ผลตอบแทนที่ดีกับผู้ถือหุ้น จึงได้มีมติจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมในอัตรา 0.055 บาทต่อหุ้น บวกกับปันผลที่จ่ายไปแล้วเมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งจ่ายไป 0.09 บาทต่อหุ้น ทำให้จ่ายปันผลคิดเป็นร้อยละ 84.3 ของกำไรสุทธิ ถ้าเปรียบเทียบกับราคาหุ้นในปัจจุบัน (ณ วันที่ 27 ก.พ. 60 ราคาหุ้น 1.72 บาท) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนถึง 8.43% ทั้งนี้บริษัท มี นโยบายจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่าง ต่อเนื่อง ถือเป็นภารกิจสำคัญที่บริษัท จะต้องตอบแทนผู้ถืหุ้นอย่างสม่ำเสมอ”
ขณะที่ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะส่วนของธุรกิจ CMO ถือว่าเป็นที่พอใจโดยบริษัท เร่งปรับกลยุทธ์ทันที และสามารถฝ่าวิกฤติ พลิกกลับมามีกำไร โดยบริหารจัดการต้นทุน บวกกับการบริหารความเสี่ยง เพิ่มความระมัดระวังในการตัดสินใจลงทุน มีเพียงธุรกิจในกลุ่มงานด้านบริการระบบภาพแสง และเสียง ที่ได้รับผลกระทบ แต่จะเห็นว่าหลายๆ งานเลื่อนมาจัดงานในปี 2560 ไม่ได้ถูกยกเลิกทั้งหมด ทำให้มั่นใจว่าบริษัท จะเติบโตได้ตามเป้าหมาย ที่ตั้งไว้แน่นอน
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 บริษัท มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ได้ปรับแผนเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ โดยบริษัท เร่งดำเนินงานของลูกค้าเดิมที่ได้รับงานแล้ว บวกกับเดินหน้าหาลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มงาน Entertainment เช่น งานคอนเสิร์ต และโชว์ต่างๆ ที่ส่วนใหญ่เลื่อนงานไปจัดในช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน ของปีนี้ โดยขณะนี้บริษัท มีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ ประมาณ 650 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยดำเนินการ และรับรู้เข้ามาเป็นรายได้จนถึงสิ้นไตรมาส 4/2560
ในส่วนของแผนการดำเนินงานในปี 2560 บริษัทจะมุ่งขยายงานเพิ่มมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา,ลาว,เมียนมา และเวียดนาม) หลังจากที่ได้ไปบริหารจัดงานระบบภาพ แสง และเสียง ในคอนเสิร์ต Electric Dream Festival in Mandalay ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรี EDM ขนาดใหญ่ ครั้งแรกในมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีแนวทางที่จะรุกตลาด ไปพร้อมกับแบรนด์ของไทยที่มีแผนจะขยายงานในต่างประเทศ ทำให้ ต้องมีการจัดกิจกรรมการตลาด ส่งผล ให้ภาพรวมอีเวนต์ในต่างประเทศเติบโตไปด้วย
นายเสริมคุณกล่าวว่าบริษัท ตั้งเป้า ปี 2560 รายได้ทั้งเครืออยู่ที่ 1,300 ล้านบาท โดยการเติบโตของธุรกิจจะมาจากธุรกิจ สร้างแหล่งท่องเที่ยว (Tourist Attraction) ที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นในปีนี้ ได้แก่ “หิมพานต์ อวตาร” ซึ่งเป็นการแสดง วัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ผสานเทคโนโลยี ทันสมัย ในรูปแบบ 4 มิติ ที่ ศูนย์การค้า โชว์ ดีซี (Show DC) และธุรกิจสวนสนุก “อิเมจิเนีย เพลย์แลนด์” (Imaginia Playland) ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้า ของบริษัท จะเป็นงานภาครัฐอยู่ที่ 20% และงานภาคเอกชนเป็น 80% ตลอดจนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 5% ของรายได้ทั้งหมด


admin