สวนสนุกรุกซีแอลเอ็มวี ซีเอ็มโอขายแฟรนไชส์อิเมจิเนียเพลย์แลนด์ ชี้นำร่องที่เวียดนาม (นสพ.โพสต์ทูเดย์)

ซีเอ็มโอลุยสวนสนุก อิเมจิเนีย เพลย์แลนด์ เวียดนาม พร้อมรุกลาว กัมพูชา เมียนมา หวังดันสัดส่วนรายได้ต่างแดนทะลุ 5%

นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ หรือ CMO เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนที่จะเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้น หนึ่งในธุรกิจสำคัญที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ คือ การขยายสวนสนุก “อิเมจิเนีย เพลย์แลนด์” ด้วยระบบแฟรนไชส์ร่วมกับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในประเทศเวียดนามเป็นระยะเวลา 5 ปี ภายใต้งบลงทุนประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 50 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเข้าไปขยายธุรกิจในรูปแบบการทำโปรดักชั่นดีไซน์ในประเทศเวียดนาม เพื่อให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศที่มีศักยภาพ
ขณะเดียวกัน ก็จะทำการขยายธุรกิจอีเวนต์ใน สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมา มากขึ้น โดยในส่วนของ สปป.ลาวและกัมพูชาในปี 2561 บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปขยายธุรกิจในรูปแบบไพรเวทอีเวนต์มากขึ้น ขณะที่เมียนมามีแผนที่จะเข้าไปทำ อีเวนต์ในรูปแบบอีดีเอ็มที่เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งหลังจากบริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศมากขึ้นคาดว่าสิ้นปี 2561 จะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 5% จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ประมาณ 3-4%
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในประเทศนั้น บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจทั้งในส่วนของงานอีเวนต์ และงานให้เช่าอุปกรณ์ด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งในส่วนของงานเช่าอุปกรณ์ปี 2561 นี้ ขณะนี้บริษัทมีงานอยู่ในมือแล้วไม่ต่ำกว่า 100 งาน
“การแข่งขันของธุรกิจอีเวนต์ในปี 2561 นี้ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะมีผู้ประกอบการในธุรกิจเพิ่มขึ้น ดังนั้นบริษัทจึงต้องเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรง และจากการที่ปี 2561 นี้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว จึงทำให้คาดการณ์ว่าธุรกิจอีเวนต์ในปีนี้น่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น” นายเสริมคุณ กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดธุรกิจอีเวนต์ในประเทศมีมูลค่ารวมกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยบริษัทออร์แกไนเซอร์ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมกว่า 100 บริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทจะรับงานในหลากหลายรูปแบบ และหลายขนาดแตกต่างกันไป เพราะธุรกิจอีเวนต์เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมในทุกแขนง และจะเติบโตไปได้อีกในธุรกิจท่องเที่ยว ไมซ์ วัฒนธรรมและอื่นๆ ตลอดจนการส่งเติบโตของธุรกิจอีเวนต์ไทยในต่างประเทศ ที่คาดว่าจะมีโอกาสเติบโตอีกมาก ในลักษณะการให้บริการ “อีเวนต์ครบวงจร” ตั้งแต่การสร้างสรรค์งาน Creative Event การพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ประเภทอินเตอร์แอ็กทีฟ การให้บริการด้านกลยุทธ์การตลาด รวมทั้งการให้เช่าอุปกรณ์ระบบภาพ แสง และเสียง
นายเสริมคุณ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมากสำหรับการทำธุรกิจในปี 2561 นี้คือภาคการท่องเที่ยว และจากการที่บริษัทมีธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างหิมพานต์ อวตาร จึงทำให้บริษัทต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ปัจจุบันการแสดงโชว์ หิมพานต์ อวตาร มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นคนไทย เนื่องจากบริษัททำโปรโมชั่นบัตรเข้าชมลูกค้าคนไทยอยู่ที่ 399 บาท/ท่าน ซึ่งจากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าวทำให้บริษัทมีแผนที่จะทำโปรโมชั่นบัตรเข้าชมการแสดงโชว์หิมพานต์ อวตารในราคา 399 บาทยาวไปตลอดไตรมาสแรกของปี 2561 นี้


admin