อีเวนต์ไทยหันบุกนอก ซีเอ็มโอสบช่องชิงตลาดใน (นสพ.โพสต์ทูเดย์)

หลังจากออกมาประกาศพัฒนาพื้นที่ 12 ไร่ ย่านนวลจันทร์ เป็นอาณาจักร “Bangkok Creative Playground” หรือศูนย์รวมธุรกิจทางด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดในอาเซียน ด้วยงบลงทุน 500 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตภายใต้แนวคิด “Work Live Play” ซึ่งจะเป็นทั้งที่ทำงานของพนักงาน และสร้างแรงบันดาลใจ ประกอบด้วย 3 อาคารอันเป็นที่ตั้งของสำนักงานในกลุ่มซีเอ็มโอ 3 บริษัท ได้แก่ ซีเอ็มโอ พีเอ็มเซ็นเตอร์ และดิอายส์

เสริมคุณ คุณาวงศ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ กล่าวว่า การย้ายบ้านของบริษัทจากย่านทาวน์อินทาวน์มายังย่านนวลจันทร์ครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในรอบ 28 ปี เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำในด้านธุรกิจสร้างสรรค์ เริ่มใช้งานตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้จะให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากยังมีช่องว่างให้เข้าไปทำตลาดอีกมาก โดยเฉพาะการจัดงานอีเวนต์ เพื่อเจาะตลาดการจัดประชุมบริษัทข้ามชาติ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลการประชุมนานาชาติ และการจัดนิทรรศการ (ไมซ์) ที่คู่แข่งไม่เน้นทำตลาดมากนัก

ขณะเดียวกัน การที่คู่แข่งหันไปขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ทำให้บริษัทเล็งเห็นโอกาสที่จะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าในประเทศมากขึ้น และการเปิดตัว Bangkok Creative Playground ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต ทั้งกลุ่มลูกค้าในประเทศและเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ ยังพบว่าตลาดในประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังจากเข้าสู่ช่วงไตรมาส 2 เห็นได้จากความคึกคักของการจัดงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งขณะนี้บริษัทมีงานที่อยู่ในมือพอสมควรไม่ว่าจะเป็นงานอีเวนต์ หรือการจัดงานพิพิธภัณฑ์ ส่งผลให้มียอดแบ็กล็อกอยู่ในมือแล้ว 750 ล้านบาท โดยงานที่ได้จัดไปแล้วและได้ผลการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ คือ ซิงเกิล เฟสติวัลและฟูลมูน ปาร์ตี้ ไลฟ์ อิน แบงค็อก

ปัจจัยที่ทำให้ซีเอ็มโอยังให้น้ำหนักการทำตลาดในประเทศเนื่องจากมองว่าหลังการเปิดเออีซีจะมีการไหลเวียนทางด้านประชากรและเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ ที่ยังคงเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจในการเชื่อมโยงไปสู่จังหวัดชายแดนก่อนที่จะเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าซีเอ็มโอจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดในประเทศมากขึ้น ก็ยังคงมองหาโอกาสในต่างประเทศจากสองตลาดหลัก คือ กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี)ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เนื่องจากอยู่ใกล้กับประเทศไทยสามารถเดินทางหากันและขนส่งสินค้าเข้าไปทำตลาดในประเทศดังกล่าวได้ง่าย ซึ่งหากนำประชากรรวมกันกับประเทศไทยจะทำให้มีประชากรมากถึงกว่า 200 ล้านคนดังนั้นรูปแบบของการดำเนินธุรกิจจึงจะเป็นการส่งออกสินค้าจากประเทศไทยเข้าไปทำการตลาดในกลุ่มประเทศดังกล่าว

อีกหนึ่งตลาดที่ซีเอ็มโอให้ความสนใจเข้าไปทำตลาด คือประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากมีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและมีประชากรมากกว่า 200 ล้านคน โดยจะเป็นการเข้าไปร่วมทุนกับพันธมิตรในประเทศดังกล่าวคาดว่าจะชัดเจนในปี2558

สำหรับปีนี้ซีเอ็มโอมีแผนใช้งบลงทุน 300 ล้านบาท ในการซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต เพราะนอกจากจะเน้นการจัดงานอีเวนต์ และงานออร์แกไนซ์ต่างๆ คิดเป็นอัตราส่วน 60% ของรายได้แล้ว ยังให้ความสำคัญกับธุรกิจซัพพลาย เช่น บริการอุปกรณ์แสงสี เสียง และสตูดิโอ จัดรายการ และงานถ่ายโฆษณาต่างๆอีกด้วย

จากการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้กลับมาอยู่ที่ 1,200 ล้านบาทอีกครั้ง หลังจากปีที่ผ่านมามีรายได้เพียง 1,080 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากในประเทศ 90% และต่างประเทศ 10% โดยในอีก 3 ปีข้างหน้าคาดว่าจะเพิ่มรายได้แตะ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ประเทศ 80% และต่างประเทศ 20%

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในปีนี้ เสริมคุณ ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์และการจัดงาน (อีเวนต์) ยังคงเติบโตติดลบต่อเนื่องจากปีก่อนโดย 5 เดือนแรกติดลบ20% เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาไม่มีผู้ประกอบการกล้าออกมาจัดงานอีเวนต์ แต่ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทอีเวนต์ในประเทศไทยปีนี้ เชื่อว่ายังคงเติบโตได้5% หรือมีมูลค่า1.4 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากบริษัทอีเวนต์ไทยส่วนหนึ่งหันไปขยายธุรกิจต่างประเทศ


admin